Learning
Disabilities (LD) หรือ ความบกพร่องในการเรียนรู้
อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ในประเทศไทย
เนื่องจากเพิ่งจะเป็นที่ยอมรับและเริ่มมีการศึกษาและได้รับความสนใจเมื่อไม่นานมานี้เอง
ในขณะที่ในหลายประเทศมีการออกกฏหมายและพัฒนาหลักสูตรการเรียน
เพื่อรองรับเด็กๆกลุ่มนี้อย่างจริงจังกันมานานแล้ว
ปัญหาของเด็กแอลดีเป็นความบกพร่องที่ซ่อนเร้น
คุณพ่อคุณแม่อาจรู้สึกว่าลูกมีความเฉลียวฉลาดปกติเหมือนเด็กทั่วไป
เด็กบางคนช่างพูดช่างเจรจา เด็กบางคนช่างสังเกตุ
แต่ลูกกลับมีปัญหาในการเรียนภาคปกติ ในหลายๆ ด้านช้ากว่าเพื่อนที่มีอายุเท่ากัน
ทั้งๆ ที่เพื่อนอาจมี สติปัญญาเท่ากันหรือต่ำกว่า
ในเด็กบางรายอาจมีไอคิวสูงมากกว่าเด็กปกติด้วยซ้ำ
การบกพร่องในการเรียนรู้มิได้เกิดจากความเกียจคร้าน การขาดเรียน มีความพิการ หรือปัญหาทางอารมณ์ แต่เป็นเรื่องของกระบวนการทำงานของสมองและพันธุกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ขณะที่เด็กยังเติบโตอยู่ในครรภ์
หรือจากการบาดเจ็บระหว่างคลอด หรือหลังคลอด
สมองและระบบประสาทส่วนกลางยังทำงานได้ดีเป็นส่วนมาก
มีบางส่วนเท่านั้นที่มีความบกพร่องไปบ้าง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ของเด็กเนื่องจากการทำงานของสมองที่ไม่สามารถถอดรหัสตัวอักษรออกมาได้
(เชื่อมโยงภาพตัวอักษรเข้ากับเสียงไม่ได้)
ในบทความนี้ อีพีอีซี่จะขออนุญาติกล่าวถึง LD ซึ่งมีผลเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเรียนของเด็กๆในการศึกษา ตามนี้นะคะ
LD ด้านการเขียนและสะกดคำ Dysgraphia
LD ด้านการอ่าน Dyslexia
LD ด้านการคำนวณ Dyscalculia
LD หลายๆ ด้านร่วมกัน
ลักษณะของเด็ก LD ประเภทการเขียน
- ใช้สายตาในการจดจำสิ่งของไม่ได้ หรือได้ไม่ดี เด็กอาจบอกได้ว่าภาพที่อยู่บนกระดานคือภาพอะไร แต่พอครูหยิบภาพออกไปให้พ้นสายตา เด็กจะจำภาพนั้นไม่ได้และบอกไม่ได้ว่าภาพที่เห็นเมื่อครู่คือภาพอะไร
- เขียนไม่เป็นคำ อาจเป็นลายเส้น ขีดวนๆ ซ้ำๆ แต่อ่านไม่ได้
- เรียงลำดับอักษรผิด เช่น สถิติ เป็น สติถิ
- เขียนพยัญชนะหรือตัวเลขสลับกัน เช่น ม-น, ภ-ถ, ด-ค, พ-ผ, b-d, p-q, 6-9
- เขียนพยัญชนะ ก-ฮ หรือ A-Z ไม่ได้ แต่บอกให้เขียนเป็นตัวๆได้
- เขียนพยัญชนะ หรือ ตัวเลขกลับด้าน คล้ายมองจากกระจกเงา
- รูปของตัวอักษรที่เขียนอาจไม่แน่นอน ตัวอักษรที่เด็กเขียนแต่ละครั้งอาจมีรูปทรงที่แตกต่างกันไป
- บางรายอาจมีปัญหาในการผูกเชือกรองเท้าหรือใช้มือหยิบจับสิ่งของ
ความบกพร่องทางการเขียนนี้
ไม่รวมไปถึงปัญหาของเด็กที่เขียนคำยากไม่ได้
อันเนื่องมาจากการที่เด็กไม่ตั้งใจเรียน เด็กขาดเรียนบ่อย
หรือขี้เกียจอ่านหรือเขียนหนังสือ การที่ไม่ส่งงานที่ครูมอบหมายให้ทำ เป็นต้น
- จำอักษรไม่ได้ ทำให้อ่านเป็นคำไม่ได้
- จำอักษรได้บ้าง แต่อ่านเป็นคำไม่ได้ อ่านคำโดยสลับตัวอักษร เช่น กบ เป็น บก มอง เป็น ของ ยอด เป็น ดอย กาบ เป็น บาก เป็นต้น
- ระดับความสามารถในการอ่านต่ำกว่านักเรียนอื่นในชั้นเรียนเดียวกัน
- สามารถเข้าใจภาษาได้ดี หากเด็กฟังหรือมีคนอ่านหนังสือให้ฟัง ให้อ่านเองเด็กจะอ่านไม่ได้ อ่านไม่เข้าใจหรือจับใจความไม่ได้
- ไม่เข้าใจว่าตัวอักษรใดมาก่อน มาหลังตัวอักษรใดอยู่ซ้ายหรือขวา
- ไม่สามารถแยกเสียงสระในคำได้ เช่น แมลง อ่านว่า แม – ลง หรือ มะ – แลง – ลง
- ไม่รู้ความหมายของเรื่องที่อ่าน เล่าเรื่องที่อ่านไม่ได้ จับใจความสำคัญไม่ได้
ลักษณะของเด็ก LD ประเภทการคำนวณ
- ไม่เข้าใจค่าของตัวเลขเช่นหลักหน่วยสิบร้อยพันหมื่นเป็นเท่าใด
- นับเลขไปข้างหน้าหรือถอยหลังไม่ได้
- ไม่เข้าใจความหมายของตัวเลขที่นำมาเรียงกันในทางคณิตศาสตร์ การเรียงตัวเลขต่างกัน มีความหมายต่างกัน มีความหมายต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น 10 กับ 01 / 32 กับ 23 / 51 กับ 15
- ตีโจทย์เลขไม่ออก
- คำนวณเลขจากซ้ายไปขวาแทนที่จะทำจากขวาไปซ้าย
- ไม่สามารถจำแนกวัสดุที่มีขนาดต่างกันที่กองรวมกันอยู่ได้
- ไม่เข้าใจความหมายการชั่ง การตวง การวัด
- ไม่เข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ เช่น ไม่เข้าใจว่า
เครื่องหมาย + แปลว่า เพิ่มขึ้น
มากขึ้น
เครื่องหมาย - แปลว่า ลดลง น้อยลง
เครื่องหมาย × แปลว่า ทวีคูณ
เป็นต้น
คำแนะนำแก่ผู้ปกครองของเด็ก LD
- พยายามใจเย็นๆ เมื่อคุณฟังลูกพูดหรือรอเด็กเขียน เพราะลูกอาจจะพูดหรือเขียนได้ไม่คล่องและต้องใช้เวลาสักนิด พ่อแม่ควรปรับความเข้าใจและเปลี่ยนทัศนคติจากการตำหนิมาเป็นการช่วยเหลือ
- แจ้งให้ทางโรงเรียนหรือครูประจำชั้นรับทราบเกี่ยวกับปัญหาของลูก เพื่อที่จะได้หาแนวทางสอนที่เหมาะสม
- แสดงความรักต่อเด็ก
- มองหาจุดแข็งและความสามารถอื่นๆพยายามสร้างจุดแข็งเหล่านั้นให้ทดแทนความบกพร่องที่เด็กมี
- อย่าลืมชมเมื่อเด็กทำอะไรได้ดีแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็ตาม
- ยอมรับนับถือในตัวเด็กว่าเด็กก็เป็นบุคคลที่มีความหมายและมีสิ่งดีๆในตนเองเหมือนกัน
- มีความคาดหวังที่เหมาะสม
- เมื่อเด็กทำผิดเช่นเขียนผิดอ่านผิดจงอย่าบ่นช่วยเด็กแก้ไขข้อที่ผิดอย่างอดทน
- อ่านหนังสือสนุกๆกับเด็กกระตุ้นให้เด็กถามคำถามเล่าเรื่องและแสดงความคิดเห็น
- เด็ก LD บางรายที่มีปัญหาสมาธิสั้นร่วมด้วย ดังนั้นต้องช่วยเด็กโดยลดสิ่งที่จะทำให้เด็กวอกแวก ให้เด็กมีที่เงียบๆ สำหรับนั่งทำงาน
- อย่ามีของเล่นมากไปอย่าเปิดโทรทัศน์หรือวิทยุขณะเด็กทำการบ้าน
- อย่าสนใจคะแนนมากนักเพราะเด็กอาจทำคะแนนได้ไม่ดีทั้งๆที่พยายามมากแล้ว
- ช่วยให้เด็กมีความนับถือตนเองอย่างมั่นคง
- สอนเสริม ควรจัดให้เด็กเรียนในชั้นเล็กๆ หรือมีห้องพิเศษที่จัดไว้สอนเด็กที่มีปัญหาคล้ายๆกัน หรือให้มีการเรียนตัวต่อตัว
- สอนไปตามขั้นตอนเท่าที่เด็กรับได้ ไม่ควรเร่ง และจะต้องให้เหมาะกับเด็กเป็นรายๆไป เขียนแผนการเรียนรายบุคคล
- สอนซ้ำๆจนเด็กสามารถก้าวหน้าทีละขั้น เน้นไปในสิ่งที่เด็กทำได้ ให้กำลังใจและชมเชยเมื่อเด็กก้าวหน้าขึ้น
- สอนเด็กในช่องทางที่เด็กรับได้ เช่น หากเด็กมีปัญหาในด้านการรับเสียงแต่การรับภาพปกติ ก็สอนโดยใช้ภาพ เช่น ให้ดูรูปมากขึ้น หากเด็กมีปัญหาในการรับภาพ ก็สอนโดยใช้เสียงมากขึ้น เช่น เด็กที่อ่านหนังสือไม่ได้ พ่อแม่ก็อ่านหนังสือให้ฟัง เป็นต้น
- ใช้วิธีเรียนรู้หลายรูปแบบตามช่องทางที่เด็กเรียนรู้ได้ เช่น เด็กที่อ่านไม่คล่อง พ่อแม่อาจอ่านหนังสือแล้วอัดเทปไว้ให้เด็กมาเปิดฟัง ถ้าเด็กอ่านข้อสอบไม่ได้ อาจต้องขอให้คุณครูอ่านข้อสอบให้เด็กฟังเป็นพิเศษ
- ใช้เครื่องมือต่างๆเข้ามาช่วยเด็ก เช่น เด็กที่มีปัญหาการเขียนอาจใช้เครื่องพิมพ์ดีดหรือเครื่องคอมพิวเตอร์มาช่วย เด็กที่มีปัญหาการคำนวณควรอนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลข ส่วนเด็กที่มีปัญหาการอ่านก็ใช้เครื่องอัดเทปมาช่วย เด็กที่สับสนเกี่ยวกับตัวอักษรก็ควรฝึกโดยใช้ตัวอักษรพลาสติกให้เด็กจับต้อง เพื่อให้เรียนรู้ทางการสัมผัสด้วย เป็นต้น
เรียบเรียงบทความโดย ส่องไท เจริญรุ่งเรือง
Sources and citations :
http://www.autisticthailand.com/
www.scholastic.com
http://th.wikipedia.org/wiki/เด็กที่มีปัญฆทางการเรียนรู้
Manorom hospital
The National Center for Learning Disabilities, New York
Manorom hospital
The National Center for Learning Disabilities, New York




No comments:
Post a Comment